เรื่องจริงอิงประวัติศาสตร์เส้นทางรถไฟสายมรณะ
ทางรถไฟไทย - พม่า หรือที่คุ้นเคยกันว่า “ทางรถไฟสายมรณะ” เป็นทางรถไฟที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ที่เชื่อมระหว่างอำเภอบ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี และธารบุยซายัต ประเทศพม่า ยาว 415 ก.ม. จำนวน 63 สถานี สร้างขึ้นระหว่างสงครามโลกครั้งที่สองเป็นเวลา 16 เดือน เพื่อให้ญี่ปุ่นใช้เป็นทางลำเลียงพลไปยังพม่า ทุกวันนี้เส้นทางบางส่วนในฝั่งพม่าถูกรื้ถอนทำลายลงไป แต่บางส่วนทางฝั่งไทยยังคงเปิดใช้งานอยู่ เรามาดูกันว่ากว่าจะเป็นเส้นทางรถไฟแห่งนี้ ผู้คนต้องผ่านเผชิญอะไรมาบ้าง
แรงงานพลเรือนในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ราว 180,000 - 250,000 คน และนักโทษฝ่ายสัมพันธมิตร 60,000 คน (ส่วนใหญ่มาจากอินเดีย ออสเตรเลีย สหราชอาณาจักร) ถูกบังคับใช้แรงงานอย่างแข็งขันในการก่อสร้าง คนงานมากกว่า 90,000 คนและนักโทษฝ่ายสัมพันธมิตร 12,000 คนเสียชีวิตในการนี้ พวกเขาได้รับคำมั่นสัญญาว่าจะมีอาหารที่ดีและมีเงินใช้ แต่สุดท้าย ก็เป็นเพียงลมปาก หลายคนต้องทนทุกข์ทนมานขมขื่นกายใจ และสิ้นชีวิตในพื้นที่แห่งนั้น
ด้วยภูมิประเทศรายล้อมรอบด้วยป่าทึบ แรงงานจึงล้มป่วยและเสียชีวิตด้วยโรคที่เป็นพาหะจากยุง บางรายเสียชีวิตจากสุขอนามัยและเวชภัณฑ์ที่ไม่เพียงพอ บ้างถูกทารุนกรรม บ้างป่วยแต่ไม่ได้รับการรักษา
โดยทั่วไป ระบบรางต้องสร้างด้วยโลหะ แต่เนื่องจากขาดแคลนสิ่งของเหล่านั้น กองทัพญี่ปุ่นบังคับให้คนงานสร้างสะพานด้วยไม้ ด้วยสองมือ และเครื่องมือพื้นฐานทั่วไป นี่คือเหตุผลว่าทำไมเส้นทางรถไฟนี้จึงดูมีเอกลักษณ์เช่นนี้
ณ สะพานข้ามแม่น้ำแคว (สะพาน 277) เป็นส่วนสำคัญของเส้นทางนี้ เป็นหนึ่งในฉากภาพยนตร์รางวัลออสการ์ เรื่อง “The Bridge on the River Kwai” (อิงจากนวนิยายชื่อเดียวกันของ Pierre Boulle) ในปี พ.ศ.2500 ทำให้สถานที่แห่งนี้มีชื่อเสียงไปทั่วโลก ภาพยนตร์นี้กล่าวถึงการต่อสู้ดิ้นรนของแรงงานเชลยศึก แต่อย่างไรก็ตาม สถานที่ถ่ายทำจริงนั้นอยู่ในประเทศศรีลังกา
บริเวณใกล้กันมีสุสานหลายแห่ง (เช่น สุสานทหารสงครามกาญจนบุรี สุสานสงครามตานพยูซะยะ สุสานสงครามช่องไก่ อนุสรณ์สถาน (สุสานที่สำคัญอยู่ในช่องเขาขาดและสะพานควาย) และพิพิธภัณฑ์ (เช่น ศูนย์รถไฟไทย - พม่า พิพิธภัณฑ์สงครามอักษะและเชลยศึก) ที่เป็นเครื่องเตือนใจถึงวันวานในช่วงเวลาของสงครามโลก

